การปลูกผมด้วยปากกา Implanter หรือ ปลูกผม DHI เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีการปลูกผมที่ผู้รักษาไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และควบคุมทิศทางเส้นผมได้อย่างแม่นยำ สำหรับใครที่มองหาว่าปลูกผม DHI ที่ไหนดี? ซึ่งที่ Mediren Clinic เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่พร้อมออกแบบแผนการปลูกผมเฉพาะบุคคล ใส่ใจทุกรายละเอียดตั้งแต่แนวไรผมไปจนถึงการดูแลหลังทำ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้เนียน กลมกลืน ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ และแตกต่างอย่างมีระดับเหนือคลินิกทั่วไป
การปลูกผม DHI คืออะไร? ทำไมถึงได้รับความนิยม
การปลูกผม DHI หรือย่อมาจาก Direct Hair Implantation ซึ่งปลูกผม DHI คือรูปแบบการปลูกผมที่ไม่ต้องผ่าตัด และช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นธรรมชาติที่สุด โดยการปลูกผมแบบ DHI นั้น เป็นหนึ่งในขั้นตอนของการปลูกผม FUE โดยปลูกผมเทคนิค DHI จะมีการใช้เทคโนโลยีเฉพาะอย่าง Implanter Pen เป็นการฝังรากผมลงไปที่หนังศีรษะโดยตรง ช่วยให้ได้ผมที่ดูหนาแน่น มีความละเอียด และทำได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ให้บริการรายใหม่ ไม่ต้องใช้ทักษะมากนัก รวมถึงสามารถควบคุมองศาของเส้นผมได้ง่าย
เทคนิคปลูกผม DHI ดีอย่างไร?
การปลูกผม DHI นั้น มีจุดเด่นโดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีที่เสริมขั้นตอนหลัก ของการปลูกผม FUE โดยข้อดีของการเลือกปลูกผมแบบการปลูกผม DHI มีดังนี้
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เส้นผมวางทิศทางใกล้เคียงจริง
- พักฟื้นระยะสั้น ตามมาตรฐานของ FUE
- ลดความเสี่ยงเรื่องทักษะของผู้ให้บริการรายใหม่
- ควบคุมมุมและทิศทางได้ง่าย
- ลดความเสี่ยงเลือดออกและสะเก็ด
- ลดการกระทบกระเทือนของรากผม
- สามารถปลูกกับผมยาวได้ทันที โดยไม่ต้องโกนผมออก
การปลูกผม DHI มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
การปลูกผม DHIที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพนั้น เต็มไปด้วยขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค DHI ซึ่งการปลูกผมดังกล่าว มีขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
- วางแผนและออกแบบแนวผมให้เหมาะกับใบหน้า แพทย์จะออกแบบแนวผมให้เหมาะกับโครงหน้าและบุคลิกของแต่ละบุคคล เพื่อให้แนวผมที่ปลูกใหม่ดูเป็นธรรมชาติและไม่ขัดกับรูปหน้า
- วิเคราะห์คุณภาพเส้นผมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยวิเคราะห์ความหนาแน่น คุณภาพเส้นผม และความแข็งแรงของรากผม รวมถึงประเมินจำนวนกราฟต์ผมที่นำมาใช้อย่างเหมาะสม
- เตรียมจุดเก็บรากผมบริเวณท้ายทอย แพทย์จะโกนผมเฉพาะจุดบริเวณท้ายทอย ซึ่งเป็นแหล่งรากผมที่แข็งแรง จากนั้นฉีดยาชาเฉพาะจุด เพื่อช่วยลดความเจ็บและเพิ่มความปลอดภัย
- เก็บกราฟต์ผมด้วยหัวเจาะขนาดเล็กพิเศษ โดยดึงกราฟต์ผมออกทีละกราฟต์ เพื่อลดการบาดเจ็บของผิวหนังและรักษาคุณภาพของรากผมให้สมบูรณ์
- คัดแยกและถนอมกราฟต์ผมก่อนปลูก กราฟต์ผมจะถูกคัดแยกตามจำนวนเส้นผมต่อกราฟต์ และนำไปแช่ในสารละลายพิเศษ เพื่อถนอมรากผม และเพิ่มอัตราการรอดของรากผมให้สูงที่สุด
- เตรียมผิวหนังศีรษะบริเวณที่จะปลูกผม แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณแนวไรผมหรือจุดที่ผมบาง เพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการปลูกผม และช่วยให้การฝังกราฟต์ผมทำได้อย่างแม่นยำ
- ฝังกราฟต์ผมด้วย Implanter Pen แพทย์จะโหลดกราฟต์ผมลงใน Implanter Pen และปลูกผม DHIลงบนหนังศีรษะทีละกราฟต์ โดยควบคุมทิศทาง, มุม และความลึกของเส้นผมอย่างละเอียด
- ตรวจความเรียบร้อยและแนะนำการดูแล หลังการปลูกผมด้วยเทคนิค DHI แพทย์จะตรวจสอบแนวผมและความหนาแน่นอีกครั้ง พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลหลังปลูกผมอย่างถูกวิธี
ก่อนปลูกผม DHI ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
สำหรับใครที่กำลังจะเตรียมตัวเพื่อปลูกผม DHI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การปลูกผมที่มีประสิทธิภาพ ควรเตรียมตัวตามข้อควรรู้ต่อไปนี้
- หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- งดแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ควรงดอย่างน้อย 24 – 48 ชั่วโมงก่อนปลูกผม DHI
- งดสูบบุหรี่ล่วงหน้า อย่างน้อย 3–7 วันก่อนปลูกผม
- สระผมให้สะอาดในคืนก่อนวันทำ ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน
- งดการแต่งหน้าหรือทาครีมในวันที่เข้ารับการปลูกผม
- รับประทานอาหารตามปกติก่อนเข้ารับการปลูกผม
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เป็นการตัดหรือโกนผมด้วยตนเอง
ดูแลตัวเองอย่างไรหลังปลูกผม DHI ?
หลังจากที่ทำการปลูกผม DHI แล้ว การจะดูแลเส้นผมที่ปลูดให้ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มีความแข็งแรง และสวยงามเป็นธรรมชาติ จะต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตามขั้นตอน ดังนี้
- หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วง 2–3 วันแรกหลังปลูกผม
- จัดท่านอนด้วยการยกศีรษะสูง ควรนอนหงายและหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือก้มหน้า
- หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือสัมผัสบริเวณที่ปลูกผม
- งดออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่มีเหงื่อมาก อย่างน้อย 3 สัปดาห์
- งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รวมถึงการทานวิตามินบางชนิด
- สระผมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- คอยติดตามผลการรักษาตามการนัดหมายของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
เทคนิคปลูกผม DHI เหมาะกับใคร?
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าการปลูกผม DHI หรือ FUE-DHI นั้น โดดเด่นเรื่องการพักฟื้นน้อย และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งกลุ่มคนที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการเลือกปลูกผมเทคนิค DHI มีดังนี้
- ผู้ที่ผมบาง แนวผมร่น
- ผู้ที่ต้องการความหนาแน่นสูง
- ผู้ที่ต้องการพักฟื้นน้อย
- ผู้ที่มีแผลเป็นศีรษะและต้องการปกปิด
- ผู้ที่เคยปลูกมาแล้วรอบแรกและต้องการเติม density
- คนที่มีปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมนหรือกรรมพันธุ์
- คนที่ต้องการปลูกผมให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
- คนที่อยากปลูกไรผม เพื่อเสริมความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า
ปลูกผม DHI หรือ FUE DHI กับ FUT ต่างกันอย่างไร?
การปลูกผม FUE DHI จะเป็นเทคนิคที่ให้แผลเล็ก ฟื้นตัวไว และให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว ซึ่งมีความแตกต่าง จาก FUT ดั้งเดิม ทั้ง 2 วิธีมีความแตกต่างกันในด้านขั้นตอน เครื่องมือ และระดับความละเอียดของผลลัพธ์ ซึ่งปลูกผม DHI หรือFUE DHI และ การปลูกผมแบบ FUT ต่างกันยังไง? สามารถเปรียบเทียบปลูกผม DHI ได้ดังตารางต่อไปนี้
| ความแตกต่าง | FUE DHI (Direct Hair Implantation) | FUT (Follicular Unit Transplant) |
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่มีปัญหาผมบาง หรือศีรษะล้าน และต้องการความเนี้ยบของแนวผม ไม่ต้องการแผลเป็นแนวยาวด้านหลัง | ผู้ที่มีปัญหาผมบางถึงศีรษะล้าน และต้องการซ่อนแผลในแนวผม |
| ระยะเวลาที่ผมขึ้น
เต็มที่ |
ผมใหม่จะค่อย ๆ งอกและขึ้นเต็มที่ ภายในประมาณ 1 ปี | ผมใหม่จะค่อย ๆ งอกและขึ้นเต็มที่ ภายในประมาณ 1 ปี |
| เครื่องมือที่ใช้ | ใช้ FUE machine และ DHI Implanter Pen เครื่องมือเฉพาะสำหรับฝังกราฟต์ผม | ใช้อุปกรณ์ผ่าตัดทั่วไป |
| ขนาดแผล | แผลเล็กมาก ประมาณ 0.5 – 0.9 มิลลิเมตร | แผล หรือแผลเป็นแนวยาว |
| ข้อควรระวัง | อาจต้องใช้การรักษาเสริมร่วมกันเพื่อให้เห็นผลลัพธ์สูงสุด | ต้องใช้ทักษะในการผ่าตัด หากดูแลไม่ดีอาจเกิดรอยแผลเป็น |

ปลูกผม DHI มีผลข้างเคียงอะไรไหม?
การปลูกผมด้วยการปลูกผม DHI หรือ FUE-DHI ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย โดย DHI เป็นขั้นตอนย่อยของการปลูกผม FUE อาการที่พบส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราว เช่น หนังศีรษะบวมเล็กน้อย, รอยแดง, สะเก็ด หรืออาการคันในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก ซึ่งเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวของผิวหนัง นอกจากนี้อาจพบภาวะผมร่วงหลังปลูก (Shock Loss) ในช่วงแรกได้ แต่เส้นผมจะค่อย ๆ งอกกลับมาใหม่ตามรอบการเจริญเติบโต หากดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์และทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถือว่าน้อยมาก
ปลูกผม DHI ราคาเท่าไหร่?
ราคาการปลูกผม DHI จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น จำนวนกราฟต์ผมที่ต้องปลูก ระดับความบางของเส้นผม ประสบการณ์ของแพทย์ และมาตรฐานของคลินิกปลูกผม รวมถึงเครื่องมือเฉพาะอย่าง Implanter Pen ที่ใช้ในการปลูกผมโดยตรง โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายจะคิดเป็นราคาต่อกราฟต์ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสถานพยาบาล ดังนั้นเทคนิค DHI ปลูกผมราคาอยู่ในช่วงประมาณ 80-100 บาทต่อกราฟต์ หรือรวมแล้วปลูกผม DHI ราคาประมาณ 80,000 – 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
แก้ปัญหาผมบาง ผมร่วง จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และคลินิกที่มีมาตรฐาน เลือกปลูกผมที่ Mediren Clinic
สำหรับใครที่กำลังมองหาว่าปลูกผมที่ไหนดีที่มีประสบการณ์ของแพทย์และมาตรฐานของคลินิกเป็นสำคัญ ขอแนะนำ Mediren Clinic เราให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบแนวผมเฉพาะบุคคล, การคัดเลือกกราฟต์ผมคุณภาพ ไปจนถึงการดูแลหลังปลูกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าเส้นผมที่ปลูกใหม่จะดูสวยงาม เป็นธรรมชาติ และอยู่กับคุณในระยะยาว ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผม DHI, ปลูกผม FUE หรือการทำ PRP ผม ที่ Mediren Clinic พร้อมดูแลเส้นผมของคุณอย่างเหนือระดับในทุกมิติ
ช่องทางการติดต่อ
- LINE : @mediren
- WhatsApp : 086-330-3111
- Call Center : 086-330-3111
- Eng. Call Center : 0615579999
- Email : mediren@yahoo.com
- Website : https://mediren.com/
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปลูกผม DHI หรือ FUE-DHI เจ็บไหม?
การปลูกผม DHI หรือ FUE-DHI นั้น ในขั้นตอนก่อนเริ่มทำหัตถการแพทย์จะฉีดยาชา ช่วยให้ไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างที่ปลูกผม หลังจากที่ยาชาหมดฤทธิ์แล้วจะมีอาการปวดศีรษะประมาณ 4-5 วัน โดยสามารถทานยาเพื่อบรรเทาอาการได้
ควรเลือกเทคนิค DHI หรือ FUE-DHI เมื่อมีปัญหาผมบางหรือไม่?
ควรพิจารณาจากระดับความบางของเส้นผมและผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลัก สำหรับ FUE แพทย์จะ ทำการ Harvest หรือเก็บเซลล์รากผมจากต้นทาง แล้วใช้ Implanter หรือ ปลูกผม DHI ในการนำกราฟต์ผมลงไปปลูก
DHI ดีกว่า FUE จริงหรือไม่?
คำตอบคือการปลูกผม DHI เป็นขั้นตอนหนึ่งของการปลูกผม FUE โดย FUE เป็นการเก็บเซลล์ รากผมต้นทางที่แข็งแรง Donor Area เมื่อได้เซลล์กราฟต์ผมแล้ว จึงนำกลับปลูกเข้าไปในพื้นที่มีปัญหา Recipient Area โดยการใช้ปากกาปลูกผม Implanter pen หรือเรียกว่า ปลูกผม DHI
ผลลัพธ์ของ FUE และ DHI อยู่ได้นานแค่ไหน?
สำหรับผลการปลูกผมทั้งแบบ FUE และปลูกผม DHI จะให้ผลลัพธ์การรักษาที่อยู่ได้ระยะยาว เนื่องจากเป็นการรักษาแบบใช้รากผมบริเวณที่ต้านทานต่อไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) แต่ทั้งนี้การจะให้ผลการรักษาเกิดการสัมฤทธิผลอย่างที่ต้องการ จะต้องอาศัยการดูแลผมอย่างเหมาะสม ตามคำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำร้ายเส้นผมด้วยเช่นกัน

English