เข้าใจเส้นผมให้มากขึ้น! ไขความลับลักษณะผม 4 ประเภท พร้อมเคล็ดลับดูแลเส้นผมแต่ละแบบจากผู้เชี่ยวชาญ

เคยรู้สึกไหมว่าบางวันเส้นผมของเราก็ชี้ฟู จัดทรงยาก หรือมันเร็วกว่าปกติ? ความจริงแล้ว “ลักษณะเส้นผม” ของแต่ละคนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาเหล่านี้โดยตรงค่ะ ทั้งนี้ก็เพราะเส้นผมของแต่ละคนมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นผมตรง ผมหยักศก ผมหยิก หรือผมขด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพเส้นผม เช่น ความหนาแน่นของผม ขนาดของเส้นผม ความสามารถในการดูดซึมความชื้น (ความพรุน) รวมถึงสภาพของหนังศีรษะ การรู้จักลักษณะเส้นผมของตัวเองอย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงแค่จะช่วยให้การดูแลเส้นผมมีประสิทธิภาพขึ้น แต่ยังสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือวิธีดูแลเส้นผมได้อย่างเหมาะสมอีกด้วยค่ะ

รู้จัก 4 ประเภทเส้นผม เส้นผมคุณเป็นแบบไหน?

เส้นผมสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ซึ่งแต่ละแบบมีลักษณะเฉพาะตัวและวิธีดูแลที่แตกต่างกัน

  • ผมตรง (Straight Hair)

ลักษณะ: ผมตรงมีโครงสร้างเรียบลื่น ไม่มีลอนหรืองอ น้ำมันจากหนังศีรษะสามารถไหลลงมาตามเส้นผมได้ง่าย จึงทำให้ผมมีความชุ่มชื้นทั่วเส้นและดูเงางามเป็นธรรมชาติ

ข้อดี

  • ผมตรงมักจะดูเงางามเป็นพิเศษ
  • จัดทรงง่าย ไม่พันกัน
  • เหมาะกับทรงผมหลากหลายทรง ทั้งสั้นและยาว

ข้อเสีย

  • หนังศีรษะมันง่าย มันเร็ว เพราะน้ำมันจากหนังศีรษะไหลลงทั่วเส้นผมได้เร็วกว่าผมแบบอื่น
  • เส้นผมอาจดูลีบแบน ขาดวอลลุ่ม
  • ทรงผมอาจไม่อยู่ทรงนานเท่าผมหยักศกหรือหยิก

เคล็ดลับการดูแล

  • เลือกแชมพูที่ช่วยควบคุมความมัน และไม่ทำให้ผมแห้งจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการใช้ครีมนวดใกล้หนังศีรษะ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มวอลลุ่ม (Volumizing) เพื่อช่วยให้ผมดูหนาและมีมิติ
  • หากต้องการจัดทรง ลองใช้โรลม้วนผมหรือไดร์แบบยกโคนช่วยเพิ่มความพอง
  • การตัดผมแบบมีเลเยอร์หรือซอยเบา ๆ ช่วยให้ผมตรงดูมีมิติมากขึ้น และลดความรู้สึกลีบแบนได้อย่างดี

 

  • ผมหยักศก (Wavy Hair)

ลักษณะ: ผมหยักศกมีลอนอ่อน ๆ ตั้งแต่ช่วงกลางเส้นผมจนถึงปลายผม รูปแบบลอนอาจแตกต่างกันไปตั้งแต่คลื่นเบา ๆ ไปจนถึงลอนชัดเล็กน้อย เส้นผมชนิดนี้มีความบาลานซ์ระหว่างผมตรงและผมหยิก

ข้อดี

  • มีวอลลุ่มตามธรรมชาติ
  • สามารถจัดทรงได้หลายแบบ ทั้งลุคเรียบ ๆ หรือลอนโดดเด่น
  • ดูมีมิติแม้ไม่ต้องเซ็ตมาก

ข้อเสีย

  • อาจชี้ฟูง่าย โดยเฉพาะในวันที่อากาศชื้น
  • ลอนอาจดูไม่ชัดถ้าไม่ได้ดูแลหรือเซ็ตทรง
  • เส้นผมอาจแห้งบริเวณปลาย ขณะที่โคนผมยังมันอยู่

เคล็ดลับการดูแล

  • ใช้แชมพูและคอนดิชันเนอร์สำหรับผมลอนหรือผมหยักศกโดยเฉพาะ เพื่อคงลอนให้อยู่ทรง
  • หลีกเลี่ยงการหวีผมขณะผมแห้ง เพราะจะทำให้ลอนคลายและชี้ฟู
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเน้นลอน เช่น มูสหรือลีฟอินบำรุงแบบไม่หนักผม
  • พยายามปล่อยผมแห้งเอง หรือลดการใช้ความร้อนโดยตรง เช่น ไดร์หรือหนีบ
  • หากต้องการลอนที่ชัดขึ้นโดยไม่ต้องดัดผม ใช้เทคนิคม้วนผมแบบไร้ความร้อน เช่น ถักเปียก่อนนอน ก็ช่วยสร้างลอนได้สวยงามแบบไม่ทำร้ายเส้นผม

 

  • ผมขด (Coily Hair)

ลักษณะ: ผมขดหรือผมหยิกแน่น มีลักษณะเป็นวงขดเล็ก ๆ หรือรูปแบบซิกแซกตั้งแต่โคนจรดปลาย เส้นผมมักมีความหนาและแน่น แต่อาจดูฟูเนื่องจากน้ำมันจากหนังศีรษะไม่สามารถกระจายได้ทั่วถึง

ข้อดี

  • ดูมีวอลลุ่มหนาแน่นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • มีความยืดหยุ่นสูง จัดทรงได้หลากหลายแนว
  • เป็นเส้นผมที่แข็งแรงในเชิงโครงสร้าง

ข้อเสีย

  • แห้งง่ายและเปราะขาดได้ง่าย
  • พันกันง่ายโดยเฉพาะเวลาเปียก
  • ต้องใช้เวลาดูแลมากกว่าผมประเภทอื่น

เคล็ดลับการดูแล

  • เลือกใช้แชมพูที่อ่อนโยน ไม่มีซัลเฟต และคอนดิชันเนอร์สูตรเข้มข้นเพื่อเติมความชุ่มชื้น
  • หลีกเลี่ยงการสระผมบ่อยเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ผมแห้ง
  • ใช้น้ำมันบำรุงผม เช่น น้ำมันอาร์แกน หรือน้ำมันโจโจ้บา เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นในเส้นผม
  • ใช้หวีซี่ห่างหรือมือสางผมขณะชุ่มชื้น เพื่อป้องกันการขาดหลุดร่วง
  • ถักเปียหรือมัดผมแบบ Protective style ขณะนอนหลับ เพื่อป้องกันผมพันกันและขาด
  • ผมขดควรได้รับการ Deep Conditioning อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อคงความยืดหยุ่นและลดการขาดหลุดร่วง

 

  • ผมหยิก (Curly Hair)

ลักษณะ: เส้นผมมีลอนชัดเจนตั้งแต่โคนจรดปลาย รูปทรงของลอนอาจเป็นคลื่นวงกว้างหรือลอนแน่นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ผมประเภทนี้มักมีความแห้งกว่าผมตรง เนื่องจากน้ำมันจากหนังศีรษะกระจายตัวได้ยาก

ข้อดี

  • มีวอลลุ่มโดยธรรมชาติ
  • ลอนผมช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้าดูมีชีวิตชีวา
  • เซตทรงเฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร

ข้อเสีย

  • แห้งและชี้ฟูง่าย
  • จัดทรงยากกว่าผมตรง
  • ลอนอาจเสียทรงเมื่อเจอความชื้น

เคล็ดลับการดูแล

  • ใช้แชมพูและครีมนวดสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น
  • หลีกเลี่ยงการหวีผมขณะผมแห้ง ควรใช้หวีซี่ห่างหรือมือสางขณะผมเปียก
  • เติมน้ำมันบำรุงปลายผมเพื่อป้องกันผมแตกปลาย
  • ใช้ผลิตภัณฑ์จัดลอน (Curl Cream / Mousse) เพื่อให้ลอนดูชัดและนุ่มสลวย
  • หลีกเลี่ยงความร้อนโดยไม่จำเป็น และควรใช้ Diffuser หากต้องการเป่าผม
  • วิธี Co-Wash หรือการสระผมด้วยครีมนวดแทนแชมพูบางวัน จะช่วยถนอมลอนผมให้ดูนุ่ม ชุ่มชื้น และมีสุขภาพดี

 

ทำไมเส้นผมแต่ละคนถึงต่างกัน? เจาะลักษณะเส้นผมที่คุณต้องรู้

ไม่ใช่แค่ประเภทของเส้นผมที่เราควรรู้จักเท่านั้นนะคะ แต่ลักษณะเส้นผมในเชิงลึกอย่างความหนาแน่น ขนาด และความพรุน ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถเลือกวิธีดูแลและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผมของตัวเองได้อย่างตรงจุดมากขึ้น ส่งผลให้เส้นผมมีสุขภาพดีและสวยงามตามที่ต้องการค่ะ

  • ความหนาแน่นของเส้นผม (Hair Density)
    ความหนาแน่นของเส้นผม หมายถึง จำนวนเส้นผมที่ขึ้นอยู่บนหนังศีรษะในพื้นที่หนึ่ง ๆ ความหนาแน่นของผมส่งผลต่อความหนาของทรงผมและความรู้สึกเมื่อลูบสัมผัส

    • ผมบาง: ทำให้ทรงผมดูลีบแบนและขาดวอลลุ่ม การดูแลควรเน้นการใช้แชมพูเพิ่มวอลลุ่ม และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีซิลิโคนหรือสารเคมีที่ทำให้ผมหนักจนทำให้ดูแบนลง
    • ผมหนา: มีเส้นผมจำนวนมาก ทำให้ผมดูแน่นและหนัก ซึ่งอาจทำให้พันกันง่าย ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดความพันกัน เพิ่มความเรียบลื่นและความนุ่มให้กับเส้นผม
  • ขนาดของเส้นผม (Hair Texture)

    ขนาดของเส้นผม หมายถึง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมแต่ละเส้น ซึ่งมีผลต่อความแข็งแรงและลักษณะการจัดทรง

    • ผมเส้นเล็ก: เป็นเส้นผมที่บางและบอบบาง ทำให้จัดทรงง่าย แต่ขาดวอลลุ่มได้ง่าย ควรใช้แชมพูและครีมนวดที่ช่วยเพิ่มความหนาและความแข็งแรงให้กับเส้นผม
    • ผมเส้นใหญ่: เส้นผมหนาและแข็งแรง แต่มีแนวโน้มที่จะชี้ฟูได้ง่าย การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความชี้ฟู เช่น เซรั่มหรือน้ำมันบำรุง จะช่วยให้ผมเรียบลื่นและดูสุขภาพดีขึ้น
  • ความพรุนของเส้นผม (Hair Porosity)
    ความพรุนของเส้นผม หมายถึง ความสามารถของเส้นผมในการดูดซับและกักเก็บความชุ่มชื้น

    • ผมพรุนต่ำ: เส้นผมประเภทนี้ดูดซับความชุ่มชื้นได้น้อย ผลิตภัณฑ์บำรุงจึงซึมเข้าสู่เส้นผมได้ช้า ต้องใช้เวลาและความอดทนในการบำรุงอย่างสม่ำเสมอ
    • ผมพรุนสูง: สามารถดูดซับน้ำและผลิตภัณฑ์บำรุงได้ดี แต่จะสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว ควรเติมน้ำมันและมอยส์เจอร์ไรเซอร์บ่อยครั้ง เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้อยู่กับเส้นผมนานขึ้น
  • ความยืดหยุ่นของเส้นผม (Hair Elasticity)
    ความยืดหยุ่นของเส้นผม หมายถึง ความสามารถของเส้นผมในการยืดตัวและคืนรูปกลับสู่สภาพเดิมโดยไม่ขาดหรือเสียหาย 

    • ผมที่มีความยืดหยุ่นดี: จะยืดได้เล็กน้อยเมื่อถูกดึงแล้วคืนสภาพเดิมอย่างรวดเร็ว ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย มีความแข็งแรงและทนทานต่อการดึงหรือการจัดทรงผมโดยใช้ความร้อนหรือสารเคมีได้ดี
    • ผมที่มีความยืดหยุ่นต่ำ: มักจะแห้งเสีย เปราะบาง ขาดง่าย และมักมีสาเหตุมาจากการโดนสารเคมี เช่น การฟอกสีผม การทำเคมีดัด ย้อม หรือจากความร้อนจัดบ่อยครั้ง รวมถึงการขาดความชุ่มชื้นในเส้นผม
  • สภาพหนังศีรษะ (Scalp Condition)
    สภาพหนังศีรษะ หมายถึง สุขภาพและสภาพผิวบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเส้นผม

    • หนังศีรษะมัน: ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป ทำให้ผมมันเร็วและหนังศีรษะมันส่วนเกิน แนะนำใช้แชมพูสูตรควบคุมความมัน และหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำร้อนซึ่งจะกระตุ้นต่อมไขมัน
    • หนังศีรษะแห้ง: มักมีอาการลอกและคัน เกิดจากการขาดความชุ่มชื้น ควรเลือกใช้แชมพูอ่อนโยนและให้ความชุ่มชื้นสูง รวมถึงหลีกเลี่ยงสารซัลเฟตที่ทำให้ผมแห้งกร้าน
    • หนังศีรษะผสม: บริเวณโคนผมมัน แต่ปลายผมแห้ง ต้องดูแลแยกส่วน เช่น ใช้แชมพูควบคุมความมันที่โคนผม และใช้ครีมนวดหรือทรีตเมนต์บำรุงที่ปลายผม เพื่อรักษาสมดุลสุขภาพเส้นผมโดยรวม

 

อยากผมสวยต้องรู้! วิธีดูแลเส้นผมจากผู้เชี่ยวชาญที่คุณอาจยังไม่เคยลอง

เพื่อให้เส้นผมของคุณสวยสุขภาพดีอย่างแท้จริง การเลือกวิธีดูแลและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลักษณะเส้นผมเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมจาก Mediren มีคำแนะนำและเทคนิคที่ช่วยให้คุณดูแลผมได้อย่างถูกต้องและได้ผลดี ช่วยให้เส้นผมของคุณดูเงางาม สุขภาพดีมาฝากค่ะ 

  • เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลักษณะผม
    การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับประเภทและสภาพผมของคุณ จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุดและฟื้นฟูสุขภาพผมได้อย่างตรงจุด

  • ผมแห้ง
    ผมแห้งเกิดจากขาดความชุ่มชื้นและน้ำมันธรรมชาติที่เคลือบเส้นผม แนะนำใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วยน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันอาร์แกน น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันโจโจ้บา ซึ่งช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นและซ่อมแซมผมเสียได้อย่างล้ำลึก

  • ผมมัน
    ผมมันมักเกิดจากการผลิตน้ำมันส่วนเกินของหนังศีรษะ การเลือกใช้แชมพูสูตรควบคุมความมันที่อ่อนโยน เช่น สูตรชาเขียว หรือเปปเปอร์มินต์ จะช่วยลดความมันส่วนเกินโดยไม่ทำให้ผมแห้งกร้าน

  • ผมเสีย
    ผมเสียมักเกิดจากความร้อน สารเคมี หรือการทำสีผม แนะนำใช้แชมพูและทรีตเมนต์ที่มีส่วนผสมของเคราติน โปรตีน และสารบำรุงที่ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างเส้นผม ฟื้นฟูความแข็งแรงและลดการแตกปลาย

  • เทคนิคการสระผมที่ถูกต้อง
    การสระผมอย่างถูกวิธีช่วยรักษาสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ

    • ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นในการล้างผม น้ำร้อนอาจทำให้ผมแห้งและหนังศีรษะแห้งลอกได้
    • นวดหนังศีรษะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้วมือ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและช่วยให้หนังศีรษะสะอาด
    • หลีกเลี่ยงการขยี้ผมแรง ๆ เพราะอาจทำให้ผมพันกัน ขาด และเสียหายได้
    • ล้างแชมพูและครีมนวดให้สะอาดหมดจด เพื่อป้องกันการตกค้างที่อาจทำให้หนังศีรษะเกิดการระคายเคือง
  • การบำรุงหลังสระผม
    หลังจากสระผมเป็นช่วงเวลาที่เส้นผมเปิดรับการบำรุงได้ดีที่สุด

    • ใช้ครีมนวดผมทุกครั้งหลังสระ เพื่อช่วยคืนความชุ่มชื้นและทำให้ผมนุ่มลื่น ลดปัญหาผมพันกัน
    • หมักผมด้วยน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันอาร์แกนออยล์ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อบำรุงลึกถึงเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยลดผมแห้งเสียและแตกปลาย
    • การนวดหนังศีรษะเป็นประจำช่วยกระตุ้นรากผมให้แข็งแรงและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ได้อีกด้วย
  • เคล็ดลับป้องกันผมเสียจากความร้อนและสารเคมี
    การใช้ความร้อนจากเครื่องมือจัดแต่งทรงผม เช่น ไดร์เป่าผม เครื่องหนีบผม หรือม้วนผม รวมถึงการทำเคมี เช่น การย้อมสีผม การดัดผม หรือการยืดผม อาจทำให้เส้นผมแห้ง แตกปลาย และเสียความแข็งแรงได้ หากไม่ดูแลอย่างถูกวิธี

    • ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อน (Heat Protectant) ก่อนใช้อุปกรณ์ความร้อนทุกครั้ง เช่น เซรั่ม สเปรย์ หรือมูส ที่ช่วยเคลือบเส้นผมและลดความเสียหายจากความร้อน
    • ปรับอุณหภูมิเครื่องมือให้เหมาะสม เลือกใช้ความร้อนในระดับกลางหรือต่ำ ไม่ควรตั้งอุณหภูมิสูงเกินไป เพราะจะทำลายเกล็ดผมและทำให้ผมแห้งกรอบ
    • ลดความถี่การใช้ความร้อน หลีกเลี่ยงการใช้ไดร์หรือเครื่องหนีบผมทุกวัน ให้ผมได้พักฟื้นบ้าง
    • ใช้เทคนิคเป่าผมอย่างถูกวิธี เช่น เป่าผมให้แห้งประมาณ 70-80% ก่อน แล้วปล่อยให้แห้งเองหรือใช้ลมเย็นปิดท้าย เพื่อลดความร้อนสะสม

สรุป

การดูแลเส้นผมไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากคุณเข้าใจลักษณะเส้นผมของตัวเอง และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตรงจุด เส้นผมของคุณจะกลับมาสวย สุขภาพดี และแข็งแรงอีกครั้งได้ไม่ยากค่ะ หากต้องการดูแลเส้นผมอย่างมืออาชีพ ปรึกษาเราได้ที่ Mediren ทุกสาขา เรายินดีดูแลคุณและเส้นผมของคุณอย่างใส่ใจ นัดหมายปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้ที่ เมดิเรน คลินิก ปลูกผม หรือ LINE: @mediren

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *