เชื้อราบนหนังศีรษะ ปัญหาอาการคัน ผมร่วง ที่ไม่ควรมองข้าม

เชื้อราบนหนังศีรษะ

เชื้อราบนหนังศีรษะ (Tinea Capitis) เป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจและทำลายความมั่นใจให้กับคนไข้อย่างมาก เนื่องจากเชื้อราบนหนังศีรษะไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรังแค แต่เชื้อราบนหนังศีรษะยังทำให้มีอาการคันรุนแรงและเกิดอาการหนังศรีษะแดง (Erythema) อักเสบร่วมด้วย หากคนไข้กำลังสงสัยว่าเชื้อราบนหนังศีรษะเกิดจากอะไร ปัญหานี้มักเริ่มต้นจากการติดเชื้อกลุ่ม Dermatophytes ที่เข้าไปทำลายโครงสร้างผิวหนังและเส้นผมจนทำให้รากผมอ่อนแอ ซึ่งการปล่อยเชื้อราบนหนังศีรษะทิ้งไว้นานอาจลุกลามจนต้องหาวิธีรักษาหนังศีรษะเป็นแผลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะผมร่วงถาวรหรือ Cicatricial Alopecia ในอนาคต การดูแลปัญหาเชื้อราบนหนังศีรษะอย่างถูกวิธีจึงมีความสำคัญเพื่อให้สุขภาพผิวหนังกลับมาเป็นปกติและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าเดิม

สารบัญบทความ

เชื้อราบนหนังศีรษะ คืออะไร?

เชื้อราบนหนังศีรษะ หรือ Tinea Capitis คือการติดเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes บริเวณหนังศีรษะ เส้นผม และรากผม ซึ่งเชื้อราบนหนังศีรษะชนิดนี้สามารถนำไปสู่ภาวะชันนะตุเชื้อราบนหนังศีรษะ หรืออาการหนังหัวอักเสบ (Inflammation) อย่างรุนแรงจนมีตุ่มหนองสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง การติดเชื้อราบนหนังศีรษะมักจะทำให้ผิวหนังลอกเป็นขุยคล้ายรังแคหรือลุกลามจนทำให้หนังศีรษะเป็นแผล ตกสะเก็ด และมีอาการคันร่วมด้วย

หากคนไข้ปล่อยเชื้อราบนหนังศีรษะทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาโดยแพทย์ เชื้อราบนหนังศีรษะจะเข้าไปทำลายโครงสร้างเส้นผมและส่งผลให้รากผมไม่แข็งแรงจนอาจเกิดปัญหาผมหลุดร่วงตามมาได้ในที่สุด

เชื้อราบนหนังศีรษะ เกิดจากอะไร?

การที่คนไข้มีอาการหนังศีรษะเป็นเชื้อราส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes ที่เข้าไปกัดกินโปรตีนเคราตินในเส้นผมและผิวหนัง โดยต้นตอสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะมีดังนี้

  • เชื้อรากลุ่ม Microsporum เชื้อราที่หัวชนิดนี้มักติดต่อมาจากสัตว์เลี้ยง เช่น แมวหรือสุนัข โดยเชื้อจะเข้าไปทำลายรากผมจนทำให้หนังศีรษะเป็นเชื้อราและเริ่มลอกเป็นขุยคล้ายรังแค หากปล่อยไว้เชื้อราบนหนังศีรษะอาจทำให้หัวเป็นแผลอักเสบรุนแรง
  • เชื้อรากลุ่ม Trichophyton: เป็นเชื้อราที่หัวซึ่งติดต่อจากคนสู่คนได้ง่าย (Anthropophilic) เชื้อชนิดนี้มักจะเข้าไปแทรกตัวในแกนผมทำให้เส้นผมเปราะบางจนดูเหมือนผมร่วงเป็นจุดดำ และทำให้เกิดแผลบนหนังศีรษะลุกลามได้
  • ความอับชื้นสะสม การนอนทั้งที่ผมยังไม่แห้งสนิทหรือการใส่หมวกที่อับชื้นเป็นเวลานาน จะกระตุ้นให้เชื้อราบนหนังศีรษะเจริญเติบโตได้รวดเร็ว จนคนไข้รู้สึกคันและเกาจนหัวเป็นแผล
  • การใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น การใช้หวีหรือผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้ที่มีเชื้อราที่หัวอยู่แล้ว เป็นทางผ่านสำคัญที่ทำให้เชื้อราบนหนังศีรษะแพร่กระจายและทำให้เกิดแผลบนหนังศีรษะในวงกว้าง
  • รอยถลอกบนผิวหนัง เมื่อหนังศีรษะเป็นเชื้อราและคนไข้เผลอเกาแรง ๆ จะทำให้เกิดแผลขนาดเล็กที่ช่วยให้เชื้อราบนหนังศีรษะเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ลึกขึ้นจนเกิดแผลบนหนังศีรษะที่ติดเชื้อซ้ำซ้อนได้ง่ายขึ้น

เชื้อราบนหนังศีรษะ ติดต่อได้ไหม?

โรคกลาก เชื้อราบนหนังศีรษะ

เชื้อราบนหนังศีรษะเป็นโรคผิวหนังที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านการสัมผัสทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยช่องทางการแพร่กระจายของเชื้อราบนหนังศีรษะที่คนไข้ควรระมัดระวัง ได้แก่

ติดต่อจากคนสู่คน

เชื้อราบนหนังศีรษะสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือเส้นผมโดยตรงจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กหรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคกลาก เชื้อราบนหนังศีรษะ (Tinea Capitis) เชื้อรากลุ่ม Anthropophilic จะย้ายจากคนที่เป็นพาหะไปสู่หนังศีรษะของคนไข้คนอื่นได้อย่างรวดเร็ว หากมีการสัมผัสใกล้ชิดกันเป็นเวลานานจะยิ่งทำให้เชื้อราบนหนังศีรษะฝังตัวและเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น

ติดต่อจากสัตว์

สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขหรือแมวเป็นพาหะของเชื้อรากลุ่ม Zoophilic ที่ก่อให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้บ่อยครั้ง หากคนไข้สัมผัสหรืออุ้มสัตว์ที่มีเชื้อราโดยไม่ล้างมือ เชื้ออาจเข้าสู่ผิวหนังและทำให้เกิดแผลที่หนังศีรษะได้ในเวลาต่อมาเชื้อราบนหนังศีรษะที่มาจากสัตว์มักกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันอย่างรุนแรงจนเกิดตุ่มหนองอักเสบ คนไข้จึงควรหมั่นสังเกตผิวหนังของสัตว์เลี้ยงอยู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อราบนหนังศีรษะลุกลามมาสู่คน

ติดต่อจากสิ่งของ

เชื้อราบนหนังศีรษะมีความทนทานและสามารถเกาะติดอยู่บนสิ่งของส่วนตัว (Fomites) ได้นานหลายสัปดาห์ หากคนไข้ใช้หวี หมวก หรือผ้าเช็ดตัวร่วมกับคนที่มีเชื้อราบนหนังศีรษะ อาจส่งผลให้หนังหัวเป็นแผล และอักเสบติดเชื้อได้ง่าย หากคนไข้ลองค้นหารูปเชื้อราบนหนังศีรษะในอินเทอร์เน็ตจะพบว่าสะเก็ดผิวหนังที่หลุดออกมาจากผู้ป่วยยังคงมีเชื้อที่พร้อมแพร่กระจาย การรักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัวจึงเป็นวิธีป้องกันเชื้อราบนหนังศีรษะที่ได้ผลดีที่สุด

อาการของเชื้อราบนหนังศีรษะ มีอะไรบ้าง?

คนไข้ที่เริ่มสงสัยว่าตนเองกำลังเผชิญกับปัญหาเชื้อราบนหนังศีรษะมักจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติบนหนังศีรษะและเส้นผม ซึ่งอาการของเชื้อราบนหนังศีรษะมักแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น

  • หนังศีรษะแห้ง ลอกเป็นขุย คล้ายรังแคแต่มีความหนามากกว่า และมีอาการคันรุนแรงจนคนไข้เกาจนเป็นแผลที่หัว
  • เกิดผื่นแดงรูปวงกลม (Ringworm) บริเวณที่เชื้อราบนหนังศีรษะกระจายตัว ซึ่งมักจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนสังเกตเห็นได้ชัดเจน
  • มีอาการผมร่วง หรือ ผมร่วงเป็นหย่อม โดยเฉพาะบริเวณที่ติดเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งจะเห็นรากผมขาดเป็นตอสีดำอยู่บนผิวหนัง
  • เมื่ออาการลุกลามจะทำให้แผลที่หัวอักเสบและมีหนองเยิ้ม (Kerion) ซึ่งหากปล่อยไว้จะทำลายรูขุมขนจนเกิดภาวะผมบางถาวร
  • ในกรณีที่หัวเป็นเชื้อราอย่างรุนแรง คนไข้อาจมีอาการต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอหรือหลังหูโต (Lymphadenopathy) ร่วมด้วยเนื่องจากร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อ
  • เส้นผมบริเวณที่หนังศรีษะเป็นเชื้อราจะมีความเปราะบางและขาดง่ายผิดปกติเนื่องจากเชื้อราบนหนังศีรษะเข้าไปย่อยสลายโครงสร้างของเส้นผมเพื่อใช้เป็นสารอาหารในการเจริญเติบโต

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ

เชื้อราที่หัว

ปัจจัยที่กระตุ้นให้คนไข้มีความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องความสะอาดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ ได้แก่

  • ความชื้นสะสมบนผิวหนัง การสระผมช่วงกลางคืนแล้วไม่เป่าให้แห้งสนิท จะทำให้เชื้อราหนังศีรษะเจริญเติบโตได้ดีจนเกิดการอักเสบลุกลาม
  • การมีบาดแผลบริเวณศีรษะ เมื่อคนไข้มีรอยถลอกจากการเกาหรือการดึงผม จะทำให้เชื้อราเข้าสู่รูขุมขนได้ง่ายขึ้นจนเกิดอาการหนังศีรษะอักเสบเป็นแผลและติดเชื้อในวงกว้าง
  • การใกล้ชิดกับสัตว์ที่เป็นพาหะ สัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อกลุ่ม Microsporum canis สามารถส่งต่อเชื้อรามายังคนไข้ได้ทันทีที่สัมผัส ทำให้เกิดปัญหาโรคหนังศีรษะที่รักษาได้ยาก
  • การใช้อุปกรณ์ที่ปนเปื้อน การใช้หวี หมวก หรือกรรไกรตัดผมร่วมกับผู้อื่น เป็นทางผ่านสำคัญของเชื้อราบนหนังศีรษะที่คนไข้มักมองข้าม
  • ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย คนไข้ที่มีระบบป้องกันร่างกายบกพร่อง (Immunocompromised) หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ผิวหนังอ่อนแอ มักจะพบอาการหัวเป็นแผลตกสะเก็ดที่รุนแรงกว่าปกติและลุกลามเร็วกว่าคนทั่วไป

วิธีการป้องกันเชื้อราบนหนังศีรษะ

การป้องกันเชื้อราบนหนังศีรษะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาความแข็งแรงของเส้นผมและสุขภาพผิวหนัง ซึ่งคนไข้สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ผ่านการดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวันเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ

  • รักษาความสะอาดของเส้นผมและหนังศีรษะอยู่เสมอเช่น การสระผมอย่างสม่ำเสมอ และต้องเป่าผมให้แห้งสนิททุกครั้ง เพื่อป้องกันความอับชื้นซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อราที่หนังศีรษะเจริญเติบโตได้ดีที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น หวี หมวก ผ้าเช็ดตัว หรือกรรไกรตัดผม เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อราบนหัวจากผู้ที่มีเชื้อหรือเป็นพาหะโดยที่คนไข้ไม่รู้ตัว
  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง และควรพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพผิวหนังเป็นประจำเพื่อป้องกันไม่ให้หนังหัวเป็นเชื้อราจากการติดเชื้อข้ามสายพันธุ์ (Zoonoses)
  • ไม่ควรเกาศีรษะรุนแรงหรือดึงผม เพราะจะทำให้เกิดแผลขนาดเล็กที่เป็นช่องทางให้เชื้อราบนหนังศีรษะเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกได้ง่ายขึ้นจนเกิดการอักเสบรุนแรง
  • การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่เหมาะสมจะช่วยรักษาเกราะป้องกันผิวหนัง (Skin barrier) ให้สามารถต้านทานการรุกรานจากเชื้อราบนหนังศีรษะได้ดียิ่งขึ้น
  • หากคนไข้พบว่าคนในบ้านเริ่มมีอาการของเชื้อราบนหนังศีรษะ ควรแยกอุปกรณ์ทำความสะอาดและซักผ้าด้วยน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อ (Disinfection) ไม่ให้เชื้อราบนหนังศีรษะกระจายไปสู่สมาชิกคนอื่นในครอบครัว

นอกจากการป้องกันปัจจัยภายนอกแล้ว สุขภาพภายในก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ หากคนไข้อยากรู้ว่าสารอาหารตัวไหนจำเป็นต่อเส้นผมบ้าง ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ผมร่วงขาดวิตามินอะไร เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของรากผมและป้องกันปัญหาเส้นผมในระยะยาว

วิธีการรักษาเชื้อราบนหนังศีรษะ

เมื่อตรวจพบว่ามีปัญหาเชื้อราบนหนังศีรษะ การได้รับคำแนะนำจากแพทย์เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันการลุกลามของโรค โดยแนวทางการรักษาที่ถูกต้องทำกับแพทย์เท่านั้นซึ่งประกอบด้วยวิธีดังนี้

  • การรับประทานยาต้านเชื้อรา (Oral Antifungals) เช่น Griseofulvin หรือ Terbinafine เป็นวิธีการหลักในการรักษาเชื้อราบนหนังศีรษะ เนื่องจากตัวยาจะเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปกำจัดเชื้อที่อยู่ลึกถึงแกนผม (Hair shaft) โดยปกติจะใช้เวลาในการทานยาต่อเนื่องประมาณ 6-12 สัปดาห์เพื่อให้เชื้อราบนหนังศีรษะหมดไป
  • การใช้ยาสระผมยา (Medicated Shampoo) ที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole หรือ Selenium Sulfide เป็นเชื้อราบนหนังศีรษะวิธีรักษาที่ช่วยลดการแพร่กระจายของสปอร์เชื้อราและช่วยบรรเทาอาการคันสะเก็ดบนหนังศีรษะได้ดี โดยควรฟอกทิ้งไว้ 5-10 นาทีก่อนล้างออก
  • การใช้ยาทาเชื้อราบนหนังศีรษะ ถึงแม้ว่าเชื้อราบนหนังศีรษะ โทนาฟ หรือยาทารูปแบบครีมอื่น ๆ จะช่วยลดเชื้อบริเวณผิวหนังชั้นนอกได้ แต่สำหรับการติดเชื้อลึกเข้าไปในรูขุมขน ยาทาเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถกำจัดเชื้อราบนหนังศีรษะให้หายขาดได้ คนไข้จึงต้องให้แพทย์คอยดูแล เพื่อประเมินความจำเป็นในการใช้ยาทาควบคู่ไปกับยากิน
  • การฟื้นฟูรากผมหลังการติดเชื้อ เมื่อควบคุมเชื้อราบนหนังศีรษะได้แล้ว วิธีรักษาเชื้อราบนหนังศีรษะ ในขั้นตอนถัดไปคือการฟื้นฟูสุขภาพผม โดยคนไข้สามารถเลือกใช้เทคโนโลยี LLLT (Low-Level Laser Therapy) เพื่อใช้แสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม หรือเลือกการทำ PRP ผม ซึ่งเป็นการนำเกล็ดเลือดเข้มข้นฉีดเข้าไปบริเวณที่เคยติดเชื้อราบนหนังศีรษะเพื่อซ่อมแซมและกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมที่เคยหลุดร่วงไปให้กลับมาหนาดกดำอีกครั้งอย่างปลอดภัยโดยแพทย์ดูแลทุกขั้นตอน

เชื้อราบนหนังศีรษะแบบมีการอักเสบ แก้ยังไง?

ในกรณีที่เชื้อราบนหนังศีรษะมีการอักเสบรุนแรง หรือที่เรียกว่า Kerion คนไข้จะพบตุ่มหนอง (Abscess) และมีอาการบวมแดงที่เจ็บปวดมาก การรักษาเชื้อราบนหนังศีรษะในลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้ยาแก้เชื้อราบนหนังศีรษะร่วมกับยากลุ่มสเตียรอยด์ (Corticosteroids) หรือยาแก้อักเสบเพื่อลดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่รุนแรงเกินไป หากคนไข้ปล่อยไว้ไม่รักษา เชื้อราบนหนังศีรษะจะทำให้เกิดพังผืดและแผลเป็นจนรูขุมขนถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง การดูแลในระยะนี้ต้องทำกับแพทย์เท่านั้นเพื่อป้องกันภาวะผมร่วง ซึ่งส่งผลให้เส้นผมไม่สามารถงอกกลับมาใหม่ได้อีกเลย

หากใครที่สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาหนังศีรษะอื่น ๆ เช่น รังแคเกิดจาก อะไร หรือ ผมหงอกเกิดจาก ปัจจัยใด สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่ รังแคเกิดจาก อะไร และ ผมหงอกเกิดจาก

เชื้อราบนหนังศีรษะ สามารถรักษาให้หายได้ที่ Mediren Clinic

เชื้อราบนหนังศีรษะเป็นโรคผิวหนังที่สามารถส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังโครงสร้างเส้นผมจนเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง หากคนไข้ปล่อยให้หนังศรีษะเป็นเชื้อราลุกลามจนเกิดอาการอักเสบเป็นหนองจะทำให้การรักษาเชื้อราบนหนังศีรษะมีความซับซ้อนและใช้เวลานานขึ้น การดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดควบคู่ไปกับการรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้หนังศีรษะและเส้นผมของคนไข้กลับมาแข็งแรงและสุขภาพดีได้ดังเดิม

หากคนไข้กำลังเผชิญกับปัญหาเชื้อราบนหนังศีรษะ หรือมีอาการผมร่วงจนขาดความมั่นใจ Mediren Clinic พร้อมให้บริการรักษาโดยแพทย์ที่ใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวินิจฉัยไปจนถึงการฟื้นฟูรากผมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือหากต้องการแก้ไขปัญหาผมร่วงถาวรในระยะยาวสามารถเข้ามาปรึกษาที่คลินิกปลูกผม Mediren Clinic ได้ทันที

  • LINE : @mediren
  • WhatsApp : 086-330-3111
  • Call Center : 086-330-3111
  • Eng. Call Center : 0615579999
  • Email : mediren@yahoo.com
  • Website : https://mediren.com/

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เชื้อราบนหนังศีรษะแบบไหน ควรไปพบแพทย์?

ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกจากโรคหนังศีรษะชนิดอื่นและเริ่มการรักษาอย่างเหมาะสม หากเชื้อราบนหนังศีรษะมีอาการบวมแดง เจ็บ มีหนอง หรือพัฒนาเป็นหนังศีรษะอักเสบเป็นแผล

เชื้อราบนหนังศีรษะ อันตรายไหม?

เชื้อราบนหนังศีรษะ (Tinea capitis) ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต แต่หากปล่อยไว้อาจทำลายรากผมจนเกิดแผลเป็นและเสี่ยงผมร่วงถาวรหรือหัวล้านในบางจุดได้

เชื้อราบนหนังศีรษะ รักษานานไหม?

การรักษาโรคหนังศีรษะประเภทนี้โดยปกติจะใช้เวลาทานยาต่อเนื่องประมาณ 6-12 สัปดาห์ เพื่อกำจัดเชื้อราบนหนังศีรษะให้หมดไปจากแกนผมและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำโดยมีแพทย์เป็นผู้คอยดูแลรักษาเท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *