วงการแพทย์ไทยสร้างชื่อเสียงอีกครั้ง! แพทย์หญิง เบญ บุตรวงศ์ “หมอเบญ” ผู้บุกเบิกเทคนิค ปลูก ผม ยาว ได้รับเชิญเป็นวิทยากรสอนเทคนิคเฉพาะทางในเวทีประชุมแพทย์ผิวหนังระดับนานาชาติที่อินโดนีเชีย ตอกย้ำศักยภาพแพทย์ไทยและวงการ Hair Transplant พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ผลักดัน ประเทศไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางการแพท์ด้านการปลูกผมแห่งเอเชีย” (Medical Hub) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) อย่างเป็นรูปธรรมกรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ของไทยได้รับการยอมรับในเวทีโลกอีกครั้ง โดยล่าสุด แพทย์หญิง เบญ บุตรวงศ์ หรือ “หมอเบญ” แห่งเมดิเรนคลินิก (Mediren Clinic) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมที่มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 15 ปี ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการปลูกผมไทย ด้วยการได้รับเกียรติเป็นวิทยากรรับเชิญและผู้ฝึกสอน (Invited Speaker & Trainer) ในการประชุมใหญ่สนาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศอินโดนีเซีย (PERDOSK) ซึ่งจัดขึ้น ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเชีย การเข้าร่วมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงถึงความเชี่ยวชาญส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการปักธงยืนยันถึงมาตรฐานและคุณภาพของวงการแพทย์ปลูกผมไทยในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในการบรรยายครั้งสำคัญนี้ แพทย์หญิง เบญ บุตรวงศ์ ได้นำเสนอและฝึกสอนในหัวข้อเทคนิคการ ปลูกผม ยาว หรือ “Long Hair FUE” ซึ่งเป็นเทคนิคการปลูกผมขั้นสูงที่ต้องอาศัยความแม่นยำ ทักษะ และความเข้าใจในโครงสร้างรากผมอย่างลึกซึ้ง การได้รับเชิญในฐานะผู้ฝึกสอนเทคนิคนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในระดับนานาชาติว่าแพทย์ไทยมีความสามารถและความเป็นเลิศไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะผู้บุกเบิกเทคนิคที่ปรับให้เข้ากับลักษณะเส้นผมและหนังศีรษะของคนเอเชียโดยเฉพาะจาก FUE ASIA 2024 สู่เวทีโลก: ตอกย้ำความเป็นผู้นำในภูมิภาคความสำเร็จในการได้รับเชิญสู่เวทีระดับานานาชาติครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องและเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนจากความสำเร็จของการจัดงานประชุม FUE ASIA Conference & Workshop 2024 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งแพทย์หญิง เบญ บุตรวงศ์ ดำรงตำแหน่งประธานการจัดงาน งานประชุมตั้งกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างยิ่งของวงการปลูกผมไทย โดยสามารถรวบรวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Hair Transplant ทั้งจากภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ และยังได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกว่า 10 ประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลางหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์และสร้างเสียงฮือฮาอย่างมากคือ Live Surgery Workshop ที่จัดขึ้น ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเปิดโอกาสให้แพทย์ไทยและต่างชาติได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับทักษะของบุคลากรทางการแพทย์ แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกอบรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยและครบวงจรความสำเร็จของงาน FUE ASIA 2024 ยังได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(TCEB) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันเชิงนโยบายว่า ภาครัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการแพทย์ปลูกผมในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของการท่องเที่ยวเชิงการแพทธ์ (Medical Tounism) ที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติและสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล
วิสัยทัศน์ “Medical Hub” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
แพทย์หญิง เบญ บุตรวงศ์ ได้กล่าวถึงเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของเธอว่า “ต้องการผลักดันการแพทย์ปลูกผมไทยให้ก้าวไกลทัดเทียมนานาชาติ และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ด้านการปลูกผมในระดับเอเชีย” วิสัยทัศน์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝัน แต่กำลังถูกทำให้เป็นจริงผ่านการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมหลายมิติ ตั้งแต่การสร้างมาตรฐานวิชาชีพ, การจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้, ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง โดยในระหว่างการประชุม PERDOSKI ที่ประเทศอินโดนีเซีย แพทย์หญิง เบญ ได้มีการหารืออย่างใกล้ชิดกับประธานสมาคมแพทย์ผิวหนัง PERDOSK ถึงแนวทางการจัดกิจกรรมทางวิชาการร่วมกันในอนาคต เพื่อต่อยอดและพัฒนาศักยภาพของแพทย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ก้าวหน้าไปพร้อมกัน
การก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการปลูกผมของเอเชียจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในหลากหลายมิติ:
1. การดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์: ผู้ป่วยจากนานาประเทศที่มีปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะจะเดินทางเข้ามารับการรักษาในประเทศไทย สร้างรายได้ทั้งทางตรงจากการรักษาพยาบาล และทางอ้อมจากภาคการท่องเที่ยว โรงแรม และบริการที่เกี่ยวเนื่อง
2. การสร้างงานและอาชีพ: อุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นย่อมต้องการบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ช่วยแพทย์ และเจ้าหน้าที่สนับสนับสนุนที่มีทักษะเพิ่มขึ้น เป็นการสร้างงานที่มีคุณภาพ
3.การลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม: การเป็นฮับจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในเครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำทางการแข่งขัน
4. การส่งออกความรู้และบริการ: แพทย์ไทยสามารถเป็นผู้ฝึกสอนและที่ปรึกษาให้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค สร้างรายได้ในรูปแบบของทรัพย์สินทางปัญญาและบริการวิชาการ
“หมอเบญ” ต้นแบบแพทย์ไทยผู้สร้างรากฐานสู่เวทีโลก
นอกเหนือจากบทบาทในฐานะประธานการจัดงานประชุมระดับนานาชาติ และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว แพทย์หญิง เบญ บุตรวงศ์ หรือที่รู้จักในนาม Dr. Ben Butwong (ชื่อเดิม: แพทย์หญิง เบญจวรรณ บุตรวงศ์) ยังเป็นที่ยอมรับในฐานะแพทย์แนวหน้าผู้เชี่ยวชาญเทศนิค FUE Megasession และ Long Hair FUE ที่มีความซับช้อน ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี และการก่อตั้ง เมดิเรนคลินิก (Mediren Clinic) ซึ่งเป็นหนึ่งในคลินิกปลูกผมที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน เธอได้สร้างรากฐานแห่งคุณภาพและอุทิศตนให้กับการให้ความรู้แก่แพทย์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เส้นทางความสำเร็จจาก FUE ASIA 2024 สู่การได้รับเชิญในเวที PERDOSKI 2025 เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงศักยภาพลงางการ Hair Transplant ของไทย ที่ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่แค่การให้บริการในประเทศ แต่กำลังก้าวไปสู่การเป็นผู้นำและศูนย์กลางความเป็นเลิศระดับเชียอย่างมั่นคงและยั่งยืน ผ่านวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ความมุ่งมั่นทางวิชาการ และการทำงานร่วมกับองค์กรระดับนานาชาติของบุคลากรทางการแพทย์ไทยที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ

English