การทำสีผมเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดในการเปลี่ยนบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการปกปิดผมขาวหรือการตามเทรนด์แฟชั่น อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนสีผมให้สวย และสีติดทนนานนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การเลือกเฉดสีที่ชอบ แต่ยังรวมไปถึงการเตรียมความพร้อมของเส้นผม เทคนิคการทำที่ถูกต้อง และการดูแลหลังทำอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเส้นผมแห้งเสียตามมา บทความนี้ Mediren Clinic ได้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการย้อมผมมาให้ศึกษากันอย่างละเอียด
Key Takeaway
- ก่อนทำสีผม ควรสระล่วงหน้า 1-2 วัน เพื่อใช้ไขมันธรรมชาติเป็นเกราะป้องกันหนังศีรษะ และห้ามเกาแรง ๆ เพื่อลดการระคายเคืองสารเคมี
- ระยะเวลาย้อมผมที่เหมาะสม ควรปฏิบัติตามข้างกล่องอย่างเคร่งครัด โดยเฉลี่ยคือ 20-40 นาที หากทิ้งไว้นานเกินไปจะทำให้เส้นผมแห้งเสียและรากผมไม่แข็งแรง
- หลังทำสีผม ควรเว้นการสระ 48-72 ชั่วโมงเพื่อให้สีเซตตัว และควรเลือกใช้แชมพูสำหรับผมทำสี เพื่อป้องกันสีซีดจางและช่วยบำรุงผมให้เงางาม
สารบัญบทความ
- เลือกสีผมอย่างไร ให้เปลี่ยนลุคให้ดูโดดเด่นตามพื้นสีผมเดิม
- วิธีเลือกสีทำผม ให้ได้ลัพธ์ที่สวยและตรงใจ ทำอย่างไร
- ข้อปฏิบัติก่อนทำสีผมมีอะไรบ้าง?
- ขั้นตอนการทำสีผม ให้สวยเหมือนทำที่ร้านทำแบบไหน
- ทำสีผมให้สวย พร้อมเทคนิคดูแลเส้นผมให้แข็งแรงลึกถึงรากผม
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เลือกสีผมอย่างไร ให้เปลี่ยนลุคให้ดูโดดเด่นตามพื้นสีผมเดิม
การเลือกเฉดสีผมที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากพื้นสีผมเดิมเป็นหลักเพื่อให้ได้สีที่ตรงใจที่สุด เนื่องจากการทำงานของสารเคมีในน้ำยาเปลี่ยนสีผม จะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไปตามความเข้มหรืออ่อนของเส้นผมเดิม ดังนี้
พื้นผมสีอ่อน
ผู้ที่มีพื้นผมสีอ่อนหรือผ่านการกัดสีผมมาแล้ว จะสามารถทำสีแฟชั่นได้ง่ายและเห็นสีชัดเจนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโทนพาสเทล สีเทา หรือสีหม่น อย่างไรก็ตามพื้นผมที่อ่อนมักจะมีความพรุนสูง ทำให้สีหลุดลอกได้ง่าย จึงจำเป็นต้องมีการบำรุงผมอย่างเข้มข้นเพื่อปิดเกล็ดผมและล็อกเม็ดสีให้อยู่ได้นานขึ้น
พื้นผมสีเข้ม
สำหรับผู้ที่มีพื้นผมดำธรรมชาติหรือน้ำตาลเข้ม การย้อมสีผมโทนสว่างอาจต้องมีการฟอกสีผมก่อน หากไม่ต้องการฟอก ควรเลือกสีผมคนผิวคล้ำทำแล้วหน้าสว่าง เช่น โทนน้ำตาลช็อกโกแลต น้ำตาลประกายแดง หรือน้ำตาลหม่น ซึ่งจะช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสขึ้นโดยไม่ต้องเสี่ยงกับอาการรากผมไม่แข็งแรงจากการฟอกสีซ้ำ ๆ
วิธีเลือกสีทำผม ให้ได้ลัพธ์ที่สวยและตรงใจ ทำอย่างไร

การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับเปลี่ยนสีผมต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อให้ได้ปริมาณที่เพียงพอและคุณภาพที่ได้มาตรฐาน Mediren Clinic แนะนำหลักการเลือกซื้อดังนี้
1. เลือกเฉดสีที่ช่วยขับผิว
การเลือกสีผมคนผิวคล้ำทำแล้วหน้าสว่าง หรือเลือกให้เข้ากับสีผิว จะช่วยเปลี่ยนบุคลิกให้ดูสดใสขึ้นทันที โดยต้องพิจารณาจากสีผิวจริง (Undertone) ของเราเป็นหลักเพื่อไม่ให้สีผมดูโดดเด่นจนกลบใบหน้า หรือทำให้หน้าดูหมองคล้ำ
ตัวอย่างเช่น หากมีผิวโทนเย็น (Cool Tone) ที่เส้นเลือดข้อมือเป็นสีม่วงหรือน้ำเงิน ควรเลือกสีน้ำตาลประกายหม่น (Ash Brown) หรือสีบลอนด์เทา แต่หากเป็นผิวโทนร้อน (Warm Tone) ที่เส้นเลือดเป็นสีเขียว ควรเลือกสีน้ำตาลประกายทอง สีช็อกโกแลต หรือสีน้ำตาลประกายแดง จะช่วยขับผิวให้ดูมีออร่ามากขึ้น
2. เลือกยี่ห้อที่ได้รับมาตรฐาน
ควรเลือกซื้อน้ำยาทำสีผมจากแบรนด์ที่ได้รับมาตรฐาน มีเลขที่ใบรับแจ้งจาก อย. ชัดเจน และมีการระบุส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เพราะสารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐานอาจรุนแรงเกินไปจนทำลายรากผม ส่งผลให้เกิดปัญหาผมร่วงตามมาในภายหลังได้
ตัวอย่างเช่น ควรเลือกยี่ห้อที่มีจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าหรือร้านขายยาชั้นนำ หลีกเลี่ยงน้ำยาย้อมผมสีที่แบ่งขายโดยไม่มีฉลากภาษาไทย หรือไม่มีการระบุวันหมดอายุ เพราะความเสี่ยงจากการแพ้สารเคมีอาจรุนแรงจนถึงขั้นทำให้หนังศีรษะอักเสบและเกิดปัญหาผมร่วงเป็นหย่อมได้
3. เลือกประเภทที่ย้อมผม
ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมในปัจจุบันมีนวัตกรรมที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกัน ทั้งในเรื่องความติดทนและความอ่อนโยนต่อเส้นผม
ตัวอย่างเช่น หากต้องการสีผมที่ติดทนนานและปกปิดผมขาวได้สนิท ควรเลือกแบบครีม (Color Cream) แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบเปลี่ยนสีผมบ่อยและกังวลเรื่องผมเสีย แนะนำให้ใช้ทรีทเม้นท์เปลี่ยนสีผม ซึ่งไม่มีส่วนผสมของแอมโมเนียและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เข้มข้น ช่วยเพิ่มประกายสีผมพร้อมบำรุงในขั้นตอนเดียว เหมาะมากสำหรับผู้ที่กำลังกังวลเรื่องรากผมไม่แข็งแรง
4. เลือกปริมาณให้พอดีกับความยาวผม
วิธีย้อมผมด้วยตัวเองให้สีสวยสม่ำเสมอทั่วกันทั้งศีรษะ หัวใจสำคัญคือ “ปริมาณน้ำยาต้องถึง” หากใช้น้ำยาน้อยเกินไปจะทำให้สีด่าง ติดไม่เท่ากัน หรือสีไม่ติดในบริเวณที่ผมหนา
ตัวอย่างเช่น
- ผมซอยสั้น: ใช้เพียง 1 กล่องก็เพียงพอ
- ผมประบ่า: ควรเตรียมไว้ 2 กล่อง เพื่อให้ชุ่มทั่วเส้นผม
- ผมยาวถึงกลางหลังหรือผมหนามาก: ควรเตรียมไว้ 3-4 กล่อง เพื่อป้องกันน้ำยาหมดระหว่างขั้นตอนการย้อมผม ซึ่งจะทำให้สีผมด่างไม่สวยงาม
5. ตรวจสอบส่วนผสมบำรุง
เนื่องจากการทำสีผมคือการใช้สารเคมีเปิดเกล็ดผมเพื่อฝังเม็ดสี ผลิตภัณฑ์ที่ดีควรมีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมและปิดเกล็ดผมทันทีหลังทำ เพื่อลดการเกิดปัญหาผมแห้งเสีย เปราะบาง หรือผมบางจากการขาดหลุดร่วง
ตัวอย่างเช่น มองหาส่วนผสมจำพวก “เคราติน” (Keratin) เพื่อเสริมความแข็งแรงให้เส้นผม, “อาร์แกนออยล์” (Argan Oil) เพื่อความเงางาม หรือสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารบำรุงควบคู่ไปกับการทานยาปลูกผม หรือวิตามินจำพวกไบโอติน คือวิธีที่ช่วยรักษาความหนาและความแข็งแรงของเส้นผมในระยะยาวได้ดีที่สุด
ข้อปฏิบัติก่อนทำสีผมมีอะไรบ้าง?

ก่อนการทำสีผมเอง หรือไปที่ร้านทำสีผม การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความเสียหายของเส้นผมและทำให้สีติดสม่ำเสมอ Mediren Clinic ได้รวบรวมข้อควรปฏิบัติและข้อห้าม ก่อนทำสีผมไว้ดังนี้
- เตรียมพร้อมผม: ก่อนย้อมผมต้องสระผมไหม? ไม่ควรสระผมทันทีก่อนย้อม ควรเว้นไว้อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันตามธรรมชาติออกมาช่วยเป็นเกราะป้องกันสารเคมีไม่ให้ระคายเคือง
- ทดสอบอาการแพ้: ก่อนย้อมผมควรนำน้ำยาแต้มบริเวณท้องแขนหรือหลังใบหูทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อดูว่ามีผื่นคันหรือรอยแดงหรือไม่
- ห้ามเกาหรือแกะหนังศีรษะ: หากหนังศีรษะมีแผลหรือรอยถลอก สารเคมีอาจซึมเข้าสู่กระแสเลือดหรือทำให้แผลอักเสบจนเกิดผมร่วงเป็นหย่อมได้
- งดการทำเคมีอื่น ๆ: ควรเว้นระยะจากการยืดหรือดัดผมอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้เส้นผมทำงานหนักเกินไปจนเกิดปัญหาผมหงอก เกิดจากสภาวะเครียดของเซลล์สร้างเม็ดสี
การใส่ใจกับข้อห้าม ก่อนทำสีผมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เม็ดสีทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการปกป้องสุขภาพหนังศีรษะจากสารเคมีที่รุนแรง หากละเลยการเตรียมตัวที่ดีอาจส่งผลให้เส้นผมเปราะบางจนเกิดปัญหาผมร่วงหรือหนังศีรษะอ่อนแอในระยะยาว
ขั้นตอนการทำสีผม ให้สวยเหมือนทำที่ร้านทำแบบไหน
วิธีการย้อมผมที่ถูกต้องจะช่วยให้เม็ดสีสม่ำเสมอและไม่ทำให้หนังศีรษะไหม้ สำหรับผู้ที่ต้องการย้อมผมเอง สามารถทำตามขั้นตอนการย้อมผม ดังนี้
- การเตรียมอุปกรณ์: เตรียมถุงมือ พลาสติกคลุมไหล่ กิ๊บแบ่งผม และวาสลีนทาบริเวณกรอบหน้าเพื่อป้องกันสีติดผิวหนัง
- การผสมน้ำยา: ผสมครีมเปลี่ยนสีผม และดีเวลลอปเปอร์ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันตามสัดส่วนที่ระบุ
- การแบ่งผม: แบ่งผมออกเป็น 4 ส่วน (ซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง) เพื่อให้ง่ายต่อการชะโลมน้ำยา
- การเริ่มย้อม: เริ่มทาจากช่วงกลางผมไปจนถึงปลายผมก่อน แล้วจึงทาบริเวณโคนผมในภายหลัง เพราะความร้อนจากหนังศีรษะจะทำให้สีบริเวณโคนติดเร็วกว่าส่วนอื่น
- หมักผมทิ้งไว้: ย้อมผมควรทิ้งไว้กี่นาที? หลังจากชะโลมทั่วศีรษะแล้ว ให้จับเวลาย้อมผมกี่นาทีนั้น ควรกำหนดตามที่ระบุข้างกล่อง (ส่วนใหญ่ 20-40 นาที)
- การล้างออก: ย้อมผมเสร็จล้างด้วยอะไร? คำตอบคือล้างด้วยน้ำสะอาดจนกว่าน้ำจะใส ไม่เห็นสีของน้ำยาหลุดออกมา
Mediren Clinic แนะนำว่าควรให้ความสำคัญกับการบำรุงผมอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้รากผมไม่แข็งแรงจนนำไปสู่ปัญหาเส้นผมขาดหักง่าย หรือผมบางในอนาคต หากท่านใดมีอาการระคายเคืองหรือกังวลเรื่องสารเคมีตกค้าง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำเรื่องยาแก้ผมร่วง หรือวิตามินเสริมจะช่วยรักษาความหนานุ่มของผมให้คงอยู่คู่กับสีผมที่สวยงามไปได้นานแสนนาน
ทำสีผมให้สวย พร้อมเทคนิคดูแลเส้นผมให้แข็งแรงลึกถึงรากผม
การทำสีผมเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพ แต่ก็แลกมาด้วยการสัมผัสสารเคมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและการบำรุงหลังทำจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากมีปัญหาผมร่วงรุนแรงหลังจากทำเคมี หรือกังวลเรื่องสุขภาพหนังศีรษะ Mediren Clinic ยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาเส้นผมครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการรักษารังแคเกิดจากหนังศีรษะแห้ง การเติมสารอาหารด้วย PRP ผม หรือการทำโปรแกรม LLLT เพื่อกระตุ้นรากผมให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถเข้ารับการปรึกษาการปลูกผมผมได้ หากต้องการการแก้ไขปัญหาผมบางที่ตรงจุด
หากสนใจรับคำปรึกษาหรือต้องการวางแผนการปลูกผม สามารถติดต่อ Mediren Clinic
- LINE : @mediren
- WhatsApp : 086-330-3111
- Call Center : 086-330-3111
- Eng. Call Center : 0615579999
- Email : mediren@yahoo.com
- Website : https://mediren.com/
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เคล็ดลับการดูแลผมหลังทำสีมีอะไรบ้าง?
หลังการโกรกผม เส้นผมจะมีความแห้งกร้านมากกว่าปกติ จึงควรหลีกเลี่ยงน้ำอุ่นในการสระผม เพราะจะทำให้เกล็ดผมเปิดและสีหลุดง่าย ควรเน้นการใช้ครีมนวดหรือทรีทเม้นท์ที่เน้นการฟื้นฟู หากสังเกตว่าผมบาง หรือหัวล้านขึ้นผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการใช้ Minoxidil หรือ Finasteride ตามความเหมาะสมเพื่อรักษาความหนาของเส้นผม
ย้อมผมเสร็จต้องใช้แชมพูไหม?
ย้อมผมเสร็จต้องสระผมไหม? คำตอบคือในวันที่ย้อมเสร็จ แนะนำให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดและใช้ครีมนวดผมที่แถมมาในกล่องเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้แชมพูไปชะล้างเม็ดสีที่ยังเซตตัวไม่เต็มที่ออกไป ควรเริ่มใช้แชมพูหลังจากทำสีไปแล้วอย่างน้อย 2 วัน โดยเลือกสูตรเฉพาะที่ไม่มีสารซัลเฟตเพื่อคงความสดของสีผมไว้ให้ยาวนาน

English